สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘

สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ นำโดย ดร.กัญจนา สัตตรัตนำพร ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในสำนักงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อสร้างจิตสำนึกและสร้างพลังร่วมแห่งการทำงานเป็นทีม พัฒนาศักยภาพบุคลากร เพิ่มพูนวิสัยทัศน์ นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ณ หอประชุมพิมานพรหม สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ 

วันพฤหัสบดีที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๘ สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ นำโดย ดร.กัญจนา สัตตรัตนำพร ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๔ – ๖ กันยายน ๒๕๖๘  ณ หอประชุมพิมานพรหม สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ และจังหวัดจันทบุรี มีข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ร่วมประชุม จำนวนทั้งสิ้น ๘๕ คน คณะวิทยากรให้ความรู้ “ทีมงานทันสมัย สู่องค์กรคุณภาพ” นำโดย รศ.ดร.ชวลิต ชูกำแพง คณะบดีคณะศึกษาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และคณะฯ พร้อมศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรแต่ละกลุ่มงาน หน่วยงาน ณ สพป.จันทบุรี เขต ๒ โดยมี นายอรรถพล ชาติรัมย์ นายสุพรมแดน ประทุมเมศ รอง ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ และ ดร.ปริศนา วรรณารักษ์ รอง ผอ.สพม.เชียงใหม่ (ช่วยราชการ) ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย   

การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างจิตสำนึกและสร้างพลังร่วมแห่งการทำงานเป็นทีม พัฒนาศักยภาพบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ เพิ่มพูนวิสัยทัศน์ นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพัฒนาตนเอง พัฒนางาน และกระบวนการทำงาน ตลอดทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรและบุคลากร มีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการที่ผ่านมา และนำผลการวิเคราะห์มากำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ ต่อไป

ดร.กัญจนา สัตตรัตนำพร ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ กล่าวว่า บุคลากรเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน การพัฒนาตนเอง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการศึกษาดูงานเทียบเท่าระดับการบริหารจัดการ           ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการพัฒนาตนเองและองค์กรเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่พึงประสงค์ ให้ทันเหตุการณ์ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นปัจจุบัน รู้เขา รู้เรา อีกทั้งยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็งให้เกิดขึ้นในองค์กร ส่งผลให้เกิดความรัก สามัคคี สามารถพัฒนางานในหน้าที่และ ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในการนี้ได้ให้ข้อคิดในการพัฒนาตนเอง โดยเริ่มจากเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด เปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมตั้งรับ ปรับตัว ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน สภาพแวดล้อมในองค์กร เพื่อนร่วมงาน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้มีความตื่นตัว มีความกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มศักยภาพ และต้องมีคุณธรรมแก่ผู้ใต้บังคับบัญชามากกว่าความสามารถ น่าศรัทธา เลื่อมใส ทำให้องค์กรน่าอยู่ น่าทำงาน บุคลากรมีขวัญ กำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงานอย่างเต็มศักยภาพ และทำงานอย่างมีความสุข มีประสิทธิภาพ