สพฐ. – สกศ. จับมือ MOU ส่งเสริมนักวิจัยรุ่นเยาว์ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ฐานวิจัยสู่ห้องเรียนประถมศึกษา

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เรื่อง การส่งเสริมการวิจัยสำหรับนักวิจัยรุ่นเยาว์ ผ่านการประสานความร่วมมือทางวิชาการ โดยมี นายสุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา นางอาทิตยา ปัญญา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. นางสาวรุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา สกศ. ผู้บริหาร บุคลากร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

.

นายพิเชฐ กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่ง สพฐ. เคยมีโครงการส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์น้อยมาก่อน และครั้งนี้จะต่อยอดสู่การพัฒนาความเป็นนักวิจัยในระดับโรงเรียน ถือเป็นโอกาสดีที่ทั้ง สพฐ. และ สกศ. จะได้ร่วมกันดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในให้กับครูและนักเรียน อันจะนำไปสู่การพัฒนาครูผู้สอนและยกระดับคุณภาพผู้เรียนในระยะยาว

.

ทางด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต กล่าวว่า ความร่วมมือกับ สพฐ. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานทักษะการวิจัยและเป็นต้นแบบสำคัญในการให้สถานศึกษาได้นำ “รูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัย” บูรณาการเข้ากับหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเกิดการตั้งคำถาม รวบรวมข้อมูล คิดวิเคราะห์ และสรุปข้อมูล ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เกิดการคิดแบบเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นทักษะสำคัญของนักวิจัยในอนาคต

.

การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง สพฐ. และ สกศ. ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “เรียนรู้ผ่านการวิจัย” (Research-based Learning) สู่ห้องเรียนระดับประถมศึกษา โดยมุ่งส่งเสริมให้โรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายมาบูรณาการเข้ากับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกและสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเกิดความสนใจในการทำวิจัย นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัย ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและการจัดทำแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับครูทั่วประเทศ

.

สำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ นครนายก นครพนม และน่าน โดยจะนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยมาบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนรู้ในเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนารูปแบบให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และต่อยอดขยายผลสู่โรงเรียนทั่วประเทศในระยะต่อไป โดยมุ่งหวังให้การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างครูผู้สอนและผู้เรียนให้เป็น “นักคิด นักพัฒนา” ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

.

ข่าว : ยศุเนตร ธรรมปาน

ภาพ : เวทย์ มุสิสวัสดิ์

ศูนย์สารนิเทศการศึกษษขั้นพื้นฐาน